ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตทำงานช่วงสั้นๆที่กรุงอาบูจา อยากเล่าเรื่องสิ่งที่เห็น คนที่พบ สถานที่ไป เพื่อให้ญาติมิตรได้อ่าน และได้รู้จักเมืองหลวงแห่งนี้
วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556
เมื่อตายในต่างประเทศ
วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556
สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติเตือนภัยโรคระบาดต้นฤดูฝน
สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติเตือนภัยโรคระบาดต้นฤดูฝน
สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติไนจีเรีย (National Weather Office) แถลงว่าโดยที่อากาศในขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูร้อนต้นฤดูฝน ซึ่งมีลักษณะอากาศร้อนแล้งและความชื้นสูง อุณภูมิเฉลี่ยประมาณ 36 – 42 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่มีโรคระบาดหลายโรค อาทิ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไข้เลือดออก วัณโรค หัด อีสุกอีใส ผิวหนังอักเสบ ฝี สิว
กลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวได้แก่ ทารก เด็ก คนแก่ และคนสุขภาพไม่แข็งแรงโดยเฉพาะผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ หรือโรคความดันโลหิตสูง
วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556
กระทรวงพาณิชย์ เผย ไทยยังส่งออกไปไนจีเรียได้ดี โดยสินค้าสําคัญ คือ ข้าว ยาง และยานยนต์
กระทรวงพาณิชย์ เผย ไทยยังส่งออกไปไนจีเรียได้ดี
โดยสินค้าสําคัญ คือ ข้าว ยาง และยานยนต์
นางพิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับไนจีเรีย ว่า ไนจีเรีย เป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย ในภูมิภาคแอฟริกา โดยปี 2555 มีมูลค่าการค้ารวมกันกว่า 1,450 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้ามาตลอด
สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปไนจีเรีย คือ สินค้าข้าว ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก
เครื่องปรับอากาศ และส่วนประกอบรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบเคมีภัณฑ์ เครื่องดื่ม
ผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม้ และผลิตภัณฑ์ไม้ ในขณะที่สินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากไนจีเรีย
คือ น้ำมันดิบก๊าซธรรมชาติ โลหะ เครื่องเพชร พลอย อัญมณี
ซึ่งมีโอกาสที่จะสามารถขยายการค้ารวมกันได้อีกมาก
ที่มา: ข่าวเว็บไซต์ http://money.th.msn.com วันที่ 28 มีนาคม 2556
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผย พร้อมเจรจาร่วมมือไทย -ไนจีเรีย ขยายการค้าการ การลงทุน ให้มากขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผย
พร้อมเจรจาร่วมมือไทย -ไนจีเรีย ขยายการค้าการ การลงทุน
ให้มากขึ้น
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลัง เอกอัครราชทูตไนจีเรีย ประจำประเทศไทย เข้าพบ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ว่า ทั้ง 2 ประเทศ ยินดีที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านการค้าและการลงทุน ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับทวิภาคี โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เห็นด้วย ที่จะให้มีการจัดประชุมทวิภาคี ระหว่างไทยกับไนจีเรีย และในกรอบการประชุมคณะกรรมาการร่วมทางการค้า หรือ เจทีซี ไทย -ไนจีเรีย ซึ่งทางไนจีเรีย เสนอให้มีการร่วมมือทางด้านสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการบริการ ซึ่งสินค้าที่คาดว่าจะสามารถได้รับความร่วมมือ เช่น สินค้าข้าว น้ำตาล เครื่องดื่ม สิ่งทอ และอัญมณี โดยประเทศไทย เป็นฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านการพัฒนาสินค้าเกษตรและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลัง เอกอัครราชทูตไนจีเรีย ประจำประเทศไทย เข้าพบ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ว่า ทั้ง 2 ประเทศ ยินดีที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านการค้าและการลงทุน ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับทวิภาคี โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เห็นด้วย ที่จะให้มีการจัดประชุมทวิภาคี ระหว่างไทยกับไนจีเรีย และในกรอบการประชุมคณะกรรมาการร่วมทางการค้า หรือ เจทีซี ไทย -ไนจีเรีย ซึ่งทางไนจีเรีย เสนอให้มีการร่วมมือทางด้านสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการบริการ ซึ่งสินค้าที่คาดว่าจะสามารถได้รับความร่วมมือ เช่น สินค้าข้าว น้ำตาล เครื่องดื่ม สิ่งทอ และอัญมณี โดยประเทศไทย เป็นฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านการพัฒนาสินค้าเกษตรและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้
ที่มา: ข่าวเว็บไซต์ http://money.th.msn.com วันที่ 28 มีนาคม 2556
ไทย-ไนจีเรีย พร้อมร่วมมือทางวิชาการด้านการเกษตรระหว่างกัน หวังเชื่อมโยงการค้าการลงทุนด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศ
ไทย-ไนจีเรีย
พร้อมร่วมมือทางวิชาการด้านการเกษตรระหว่างกัน
หวังเชื่อมโยงการค้าการลงทุนด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศ
นายยุคล
ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปิดเผยในโอกาสหารือร่วมกับนายชูดวูดี้ นิววิงตั้น โอคาฟอร์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทยว่า
แม้ว่าไนจีเรียจะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรของไทย
แต่ยังพบว่ามีมูลค่าการส่งออกไม่มากนัก
ปัจจุบันไนจีเรียเป็นประเทศที่ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปเป็นอันดับที่
12 โดยมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปไนจีเรียเพียงร้อยละ
2.35 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปตลาดโลก
คิดเป็นมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรเฉลี่ยปีละประมาณ 21,945 ล้านบาท
โดยมีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.03 ต่อปี
ซึ่งสินค้าเกษตรหลักที่ส่งออกได้แก่ ข้าว ข้าวกล้อง น้ำตาล ข้าวโพดหวาน
ปลาทูนาปรุงแต่ง เป็นต้น
การหารือร่วมกันในครั้งนี้
กระทรวงเกษตรฯ
ยืนยันถึงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการเกษตรแก่สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย
เช่น การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีด้านการเกษตร และการแปรรูปสินค้าเกษตร
ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายขีดความสามารถในการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะขณะนี้ถือว่าทวีปแอฟริกาได้มีการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่องและน่าจะเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกด้วย
ทั้งนี้
ในส่วนของรายละเอียดโครงการความร่วมมือต่างๆ นั้น
ทางสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียจะแจ้งผ่านกระทรวงต่างประเทศของไทยต่อไป
ที่มา : ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 14 มี.ค. 2556
วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556
มาตรการกำกัดการนำเข้า( Import Restriction) ข้าวจากต่างประเทศ
มาตรการกำกัดการนำเข้า( Import Restriction) ข้าวจากต่างประเทศ
เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ารัฐบาลไนจีเรียมีนโยบายส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตข้าวภายในประเทศ ดังนั้นจึงได้ออกมาตรการหลายประการเพื่อกำกัดการนำเข้า( Import Restriction) ข้าวจากต่างประเทศ ได้แก่
มาตรการภาษี : ปัจจุบันไนจีเรียกำหนดภาษีนำเข้าเมล็ดพันธ์ ต้นกล้า และเมล็ดข้าวที่ยังไม่ได้สีในอัตราร้อยละ 5 เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนตั้งโรงสีข้าวภายในประเทศ หรือปลูกข้าวภายในประเทศ ในขณะที่กำหนดภาษีนำเข้าข้าวขาวในอัตราร้อยละ 110
มาตรการกำหนดราคากลาง: รัฐบาลไนจีเรียจะกำหนดราคากลาง (benchmark price)สำหรับข้าวชนิดต่างที่นำเข้าจากแหล่งต่างๆทั่วโลกเป็นระยะ โดยปัจจุบันราคากลางอยู่ที่ 690 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน โดยภาษีนำเข้าจะคำนวณจากราคากลางนี้โดยไม่สนใจต่อราคา FOB ที่แท้จริง องค์กรที่เสนอแนะให้รัฐบาลใช้ราคากลาง ที่กำหนดนี้ประกอบด้วย คณะกรรมการว่าด้วยการค้าที่ไม่ชอบธรรมของประธานาธิบดี/ กระทรวงเกษตร กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ผู้ประกอบการโรงสี ผู้นำเข้า และผู้ค้าส่ง ราคากลางนี้จะรวมค่าขนส่งเข้าไว้ด้วย
มาตรการกำหนดสถานที่นำเข้า: ไนจีเรียห้าม การนำเข้าข้าวผ่านชายแดน แต่อนุญาตให้นำเข้าผ่านท่าเรือเท่านั้น โดยรัฐบาลไนจีเรียอ้างว่ามาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการลดการได้เปรียบเสียเปรียบจากการที่ผู้นำเข้าทางบกหลีกเลี่ยงการเเสียถาษี
มาตรการภาษี : ปัจจุบันไนจีเรียกำหนดภาษีนำเข้าเมล็ดพันธ์ ต้นกล้า และเมล็ดข้าวที่ยังไม่ได้สีในอัตราร้อยละ 5 เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนตั้งโรงสีข้าวภายในประเทศ หรือปลูกข้าวภายในประเทศ ในขณะที่กำหนดภาษีนำเข้าข้าวขาวในอัตราร้อยละ 110
มาตรการกำหนดราคากลาง: รัฐบาลไนจีเรียจะกำหนดราคากลาง (benchmark price)สำหรับข้าวชนิดต่างที่นำเข้าจากแหล่งต่างๆทั่วโลกเป็นระยะ โดยปัจจุบันราคากลางอยู่ที่ 690 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน โดยภาษีนำเข้าจะคำนวณจากราคากลางนี้โดยไม่สนใจต่อราคา FOB ที่แท้จริง องค์กรที่เสนอแนะให้รัฐบาลใช้ราคากลาง ที่กำหนดนี้ประกอบด้วย คณะกรรมการว่าด้วยการค้าที่ไม่ชอบธรรมของประธานาธิบดี/ กระทรวงเกษตร กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ผู้ประกอบการโรงสี ผู้นำเข้า และผู้ค้าส่ง ราคากลางนี้จะรวมค่าขนส่งเข้าไว้ด้วย
มาตรการกำหนดสถานที่นำเข้า: ไนจีเรียห้าม การนำเข้าข้าวผ่านชายแดน แต่อนุญาตให้นำเข้าผ่านท่าเรือเท่านั้น โดยรัฐบาลไนจีเรียอ้างว่ามาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการลดการได้เปรียบเสียเปรียบจากการที่ผู้นำเข้าทางบกหลีกเลี่ยงการเเสียถาษี
คนไนจีเรียทานข้าว
คนไนจีเรียทานข้าว
ข้าวเป็นอาหารหลักของชาวไนจีเรีย
ทั้งนี้เนื่องจากข้าวปรุงง่ายและปรุงได้หลากหลายวิธี แม้ว่าไนจีเรียจะมีอาหารพื้นบ้านที่ทานแทนข้าวได้
อาทิ แยม ถั่วคาวพี และข้าวโพด แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผลผลิตยังมีไม่มากพอ
และเทียบกับข้าวแล้วมีราคาแพงกว่าข้าวที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาแพงและมักบริโภคอยู่กลุ่มผู้บริโภคในเมือง
ในขณะที่ข้าวพื้นเมืองจะบริโภคกันในกลุ่มชาวพื้นเมืองในชนบท
แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าข้าวพันธุ์พื้นเมืองคุณภาพไม่ดี
เพราะข้าวพันธุ์พื้นเมืองบางพันธุ์เช่นพันธุ์ โอฟาดา (Ofada) เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ซื้อขายในราคาแพง
จากการที่ประชากรเพิ่มขึ้นและการที่รายได้ประชากรสูงขึ้น
ความนิยมบริโภคข้าวจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี โดยเมื่อปีการผลิต 2011/2012 การนำเข้าข้าวมีปริมาณ
2.5 ล้านตัน โดยในช่วงไตรทาสสุดท้ายปี 2011 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากรัฐบาลอินเดียเลิกมาตรการห้ามส่งออกข้าวที่มิใช่พันธุ์บัสมาติ
ทำให้ผู้นำเข้าไนจีเรียเร่งนำเข้าข้าวราคาถูกจากอินเดียจำนวนมาก
สำหรับการนำเข้าข้าวในปีการผลิต 2012/2013 คาดว่ามีปริมาณ 2.3
ล้านตัน โดยแหล่งนำเข้าข้าวที่สำคัญของไนจีเรียได้แก่ ประเทศไทย อินเดีย
บราซิล และจีน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

.gif)




