วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

เมื่อตายในต่างประเทศ



เมื่อตายในต่างประเทศ

กรณีที่มีผู้เสียชีวิตและคนที่อยู่ข้างหลังต้องการส่งศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาในประเทศไทยนั้น เอกสารเหล่านี้จำเป็นต้องนำไปแสดงต่อเอเยนต์สายการบิน ได้แก่
  1. ใบมรณบัตร (Certificate of Cause of Death) จากโรงพยาบาล
  2. ใบรับรองการฉีดยาศพ (Certificate of Embalmment) จากโรงพยาบาล
  3. หลักฐานการยกเลิกหนังสือเดินทางของผู้ตาย หรือหนังสือแจ้งจากสถานทูต
  4. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับปลายทาง (ชื่อ/นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้)
  5. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ส่งศพ
  6. วันที่ที่ต้องการส่งศพ
  7. สายการบินบางสายกำหนดขนาดของหีบศพไม่เกินความยาว 280 เซนติเมตร กว้าง 90 เซนติเมตร และสูง 80 เซนติเมตร
ทั้งนี้ผู้ส่งศพจะต้องชำระเงินค่าส่งก่อนที่บริษัทจะออกแอร์เวย์บิล และเมื่อชำระเงินแล้วสายการบินบางสายจะรออีกสองสามวันเพื่อตรวจสอบให้ผู้รับศพปลายทางยืนยัน และภายหลังจากสายการบินได้รับการยืนยันจากปลายทางแล้วจะแจ้งให้ผู้ส่งศพนำหีบศพไปมอบให้ที่สนามบินก่อนเวลา 16.00 น. เพื่อดำเนินขั้นตอนในการจัดส่งต่อไป

อย่างไรก็ตามเพื่อให้การดำเนินการไม่ติดขัดควรสอบถามบริษัทเอเย่นต์รับส่งให้แน่นอนว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ขอได้จากหน่วยงานไหน เพราะสายการบินอาจมีระเบียบไม่เหมือนกัน รวมทั้งรัฐต่างๆอาจปฏิบัติไม่เหมือนกัน

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556

สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติเตือนภัยโรคระบาดต้นฤดูฝน




สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติเตือนภัยโรคระบาดต้นฤดูฝน

สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติไนจีเรีย (National Weather Office) แถลงว่าโดยที่อากาศในขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูร้อนต้นฤดูฝน ซึ่งมีลักษณะอากาศร้อนแล้งและความชื้นสูง อุณภูมิเฉลี่ยประมาณ 36 – 42 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่มีโรคระบาดหลายโรค อาทิ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไข้เลือดออก วัณโรค หัด อีสุกอีใส ผิวหนังอักเสบ ฝี สิว

กลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวได้แก่ ทารก เด็ก คนแก่ และคนสุขภาพไม่แข็งแรงโดยเฉพาะผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ หรือโรคความดันโลหิตสูง

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

กระทรวงพาณิชย์ เผย ไทยยังส่งออกไปไนจีเรียได้ดี โดยสินค้าสําคัญ คือ ข้าว ยาง และยานยนต์




กระทรวงพาณิชย์ เผย ไทยยังส่งออกไปไนจีเรียได้ดี โดยสินค้าสําคัญ คือ ข้าว ยาง และยานยนต์


นางพิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับไนจีเรีย ว่า ไนจีเรีย เป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย ในภูมิภาคแอฟริกา โดยปี 2555 มีมูลค่าการค้ารวมกันกว่า 1,450 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้ามาตลอด

สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปไนจีเรีย คือ สินค้าข้าว ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เครื่องปรับอากาศ และส่วนประกอบรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบเคมีภัณฑ์ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม้ และผลิตภัณฑ์ไม้ ในขณะที่สินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากไนจีเรีย คือ น้ำมันดิบก๊าซธรรมชาติ โลหะ เครื่องเพชร พลอย อัญมณี ซึ่งมีโอกาสที่จะสามารถขยายการค้ารวมกันได้อีกมาก

ที่มา: ข่าวเว็บไซต์ http://money.th.msn.com วันที่ 28 มีนาคม 2556

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผย พร้อมเจรจาร่วมมือไทย -ไนจีเรีย ขยายการค้าการ การลงทุน ให้มากขึ้น




รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผย พร้อมเจรจาร่วมมือไทย -ไนจีเรีย ขยายการค้าการ การลงทุน ให้มากขึ้น


นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลัง เอกอัครราชทูตไนจีเรีย ประจำประเทศไทย เข้าพบ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ว่า ทั้ง 2 ประเทศ ยินดีที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านการค้าและการลงทุน ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับทวิภาคี โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เห็นด้วย ที่จะให้มีการจัดประชุมทวิภาคี ระหว่างไทยกับไนจีเรีย และในกรอบการประชุมคณะกรรมาการร่วมทางการค้า หรือ เจทีซี ไทย -ไนจีเรีย ซึ่งทางไนจีเรีย เสนอให้มีการร่วมมือทางด้านสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการบริการ ซึ่งสินค้าที่คาดว่าจะสามารถได้รับความร่วมมือ เช่น สินค้าข้าว น้ำตาล เครื่องดื่ม สิ่งทอ และอัญมณี โดยประเทศไทย เป็นฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านการพัฒนาสินค้าเกษตรและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้

ที่มา: ข่าวเว็บไซต์ http://money.th.msn.com วันที่ 28 มีนาคม 2556

ไทย-ไนจีเรีย พร้อมร่วมมือทางวิชาการด้านการเกษตรระหว่างกัน หวังเชื่อมโยงการค้าการลงทุนด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศ



ไทย-ไนจีเรีย พร้อมร่วมมือทางวิชาการด้านการเกษตรระหว่างกัน หวังเชื่อมโยงการค้าการลงทุนด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศ


นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสหารือร่วมกับนายชูดวูดี้ นิววิงตั้น โอคาฟอร์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทยว่า แม้ว่าไนจีเรียจะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรของไทย แต่ยังพบว่ามีมูลค่าการส่งออกไม่มากนัก

ปัจจุบันไนจีเรียเป็นประเทศที่ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปเป็นอันดับที่ 12 โดยมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปไนจีเรียเพียงร้อยละ 2.35 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปตลาดโลก คิดเป็นมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรเฉลี่ยปีละประมาณ 21,945 ล้านบาท โดยมีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.03 ต่อปี ซึ่งสินค้าเกษตรหลักที่ส่งออกได้แก่ ข้าว ข้าวกล้อง น้ำตาล ข้าวโพดหวาน ปลาทูนาปรุงแต่ง เป็นต้น

การหารือร่วมกันในครั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันถึงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการเกษตรแก่สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย เช่น การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีด้านการเกษตร และการแปรรูปสินค้าเกษตร ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายขีดความสามารถในการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะขณะนี้ถือว่าทวีปแอฟริกาได้มีการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่องและน่าจะเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของรายละเอียดโครงการความร่วมมือต่างๆ นั้น ทางสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียจะแจ้งผ่านกระทรวงต่างประเทศของไทยต่อไป

ที่มา : ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 14 มี.ค. 2556 

วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556

มาตรการกำกัดการนำเข้า( Import Restriction) ข้าวจากต่างประเทศ


มาตรการกำกัดการนำเข้า( Import Restriction) ข้าวจากต่างประเทศ

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ารัฐบาลไนจีเรียมีนโยบายส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตข้าวภายในประเทศ ดังนั้นจึงได้ออกมาตรการหลายประการเพื่อกำกัดการนำเข้า( Import Restriction) ข้าวจากต่างประเทศ ได้แก่

มาตรการภาษี : ปัจจุบันไนจีเรียกำหนดภาษีนำเข้าเมล็ดพันธ์ ต้นกล้า และเมล็ดข้าวที่ยังไม่ได้สีในอัตราร้อยละ 5 เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนตั้งโรงสีข้าวภายในประเทศ หรือปลูกข้าวภายในประเทศ ในขณะที่กำหนดภาษีนำเข้าข้าวขาวในอัตราร้อยละ 110

มาตรการกำหนดราคากลาง: รัฐบาลไนจีเรียจะกำหนดราคากลาง (benchmark price)สำหรับข้าวชนิดต่างที่นำเข้าจากแหล่งต่างๆทั่วโลกเป็นระยะ โดยปัจจุบันราคากลางอยู่ที่ 690 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน โดยภาษีนำเข้าจะคำนวณจากราคากลางนี้โดยไม่สนใจต่อราคา FOB ที่แท้จริง องค์กรที่เสนอแนะให้รัฐบาลใช้ราคากลาง ที่กำหนดนี้ประกอบด้วย คณะกรรมการว่าด้วยการค้าที่ไม่ชอบธรรมของประธานาธิบดี/ กระทรวงเกษตร กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม  กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ผู้ประกอบการโรงสี ผู้นำเข้า และผู้ค้าส่ง ราคากลางนี้จะรวมค่าขนส่งเข้าไว้ด้วย

มาตรการกำหนดสถานที่นำเข้า: ไนจีเรียห้าม การนำเข้าข้าวผ่านชายแดน แต่อนุญาตให้นำเข้าผ่านท่าเรือเท่านั้น โดยรัฐบาลไนจีเรียอ้างว่ามาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการลดการได้เปรียบเสียเปรียบจากการที่ผู้นำเข้าทางบกหลีกเลี่ยงการเเสียถาษี

คนไนจีเรียทานข้าว




คนไนจีเรียทานข้าว

ข้าวเป็นอาหารหลักของชาวไนจีเรีย ทั้งนี้เนื่องจากข้าวปรุงง่ายและปรุงได้หลากหลายวิธี แม้ว่าไนจีเรียจะมีอาหารพื้นบ้านที่ทานแทนข้าวได้ อาทิ แยม ถั่วคาวพี และข้าวโพด แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผลผลิตยังมีไม่มากพอ และเทียบกับข้าวแล้วมีราคาแพงกว่าข้าวที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาแพงและมักบริโภคอยู่กลุ่มผู้บริโภคในเมือง ในขณะที่ข้าวพื้นเมืองจะบริโภคกันในกลุ่มชาวพื้นเมืองในชนบท แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าข้าวพันธุ์พื้นเมืองคุณภาพไม่ดี เพราะข้าวพันธุ์พื้นเมืองบางพันธุ์เช่นพันธุ์ โอฟาดา (Ofada) เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ซื้อขายในราคาแพง

จากการที่ประชากรเพิ่มขึ้นและการที่รายได้ประชากรสูงขึ้น ความนิยมบริโภคข้าวจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี โดยเมื่อปีการผลิต 2011/2012 การนำเข้าข้าวมีปริมาณ 2.5 ล้านตัน โดยในช่วงไตรทาสสุดท้ายปี 2011 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากรัฐบาลอินเดียเลิกมาตรการห้ามส่งออกข้าวที่มิใช่พันธุ์บัสมาติ ทำให้ผู้นำเข้าไนจีเรียเร่งนำเข้าข้าวราคาถูกจากอินเดียจำนวนมาก สำหรับการนำเข้าข้าวในปีการผลิต 2012/2013 คาดว่ามีปริมาณ 2.3 ล้านตัน โดยแหล่งนำเข้าข้าวที่สำคัญของไนจีเรียได้แก่ ประเทศไทย อินเดีย บราซิล และจีน