วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เรื่องหนักอกของยูนิเซฟไนจีเรีย


เรื่องหนักอกของยูนิเซฟไนจีเรีย

สำนักงานยูนิเซฟที่ไนจีเรียมีเว็บไซต์เตือนไว้ว่า ระวังการหลอกลวงต้มตุ๋น เพราะทุกวันนี้มีอยู่บ่อยๆที่มีผู้เอาชื่อของสำนักงานยูนิเซฟไปอ้างเพื่อหลอกลวงประชาชน อาทิ
-          อ้างว่าเป็นพนักงาน หรือที่ปรึกษาของสำนักงานยูนิเซฟ ขอเงินค่ารักษาพยาบาล หรือขอเงินซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินกลับบ้าน
-          อ้างว่าเป็นพนักงานของยูนิเซฟโทรศัพท์หรืออีเมลไปขอรับเงินบริจาค หรือแจ้งว่าผู้รับโทรศัพท์ถูกรางวัลของยูนิเซฟ
-          ส่งอีเมลถึงผู้รับแจ้งว่ายูนิเซฟให้ทุนการศึกษา หรือเสนอรับเข้าทำงานในสำนักงานยูนิเซฟ  แต่ผู้รับอีเมลต้องส่งเงินค่าธรรมเนียมให้ก่อน

ใครที่ได้รับโทรศัพท์ติดต่อในทำนองนี้ ยูนิเซฟยืนยันว่าโดนหลอกลวงต้มตุ๋น เพราะอย่างในกรณีแรกนั้นหากเป็นพนักงานหรือที่ปรึกษาของยูนิเซฟแล้ว ยูนิเซฟต้องจัดส่งให้เดินทางกลับภูมิลำเนาจนได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่สองเรื่องขอรับเงินบริจาคด้วยแล้ว ยูนิเซฟไม่เคยขอรับบริจาคด้วยวิธีดังกล่าว จะมอบหมายให้องค์กรใดดำเนินการก็จะมีชื่อผู้เกี่ยวข้องปรากฏในเว็บไซต์ และยืนยันด้วยว่า เว็บไซต์ อีเมล หรือโทรศัพท์ใดๆ ที่แจ้งว่าคุณได้รับรางวัลของยูนิเซฟ ล้วนเป็นเว็บไซต์ อีเมล และโทรศัพท์หลอกลวงทั้งสิ้น  ส่วนกรณีที่สามเรื่องการรับเข้าทำงานหรือการแจ้งข่าวใดๆนั้นยูนิเซฟไม่เคยเรียกเก็บเงิน

ลงท้ายเว็บไซต์ของยูนิเซฟไนจีเรียได้ลงตัวอย่างอีเมลหลอกลวงไว้ให้ผู้เข้ามาชมเว็บไซต์อ่าน พร้อมกับเตือนให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ระวังไม่ส่งเงินให้ใครง่ายๆก่อนที่จะตรวจสอบเสียก่อน ที่สำคัญอีเมลที่ไม่รู้จักผู้ส่งนั้นหากบอกให้เปิดลิ้งค์ ที่แนบมากับอีเมลไม่ควรเปิดเลย เพราะอาจเป็นการเปิดรับเอาสปายแวร์เข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้

ผู้สนใจเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.unicef.org/nigeria/about_3355.html

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

IMF ว่าปีนี้เศรษฐกิจไนจีเรียขาขึ้น


IMF ว่าปีนี้เศรษฐกิจไนจีเรียขาขึ้น

สำนักงานกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF แถลงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ศกนี้ว่า ในปี 2556 เศรษฐกิจของไนจีเรียจะขยายตัวร้อยละ 7.2 เปรียบเทียบกับปี 2555 ซึ่งอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 6.3  ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงอยู่ที่ระดับต่ำกว่าร้อยละ 10 ทั้งนี้เป็นผลมาจากการใช้นโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาล 

โทรศัพท์กลับบ้าน




โทรศัพท์กลับบ้าน

การโทรศัพท์จากไนจีเรียถึงบ้านที่เมืองไทย ให้กดเลขดังนี้  +66(เครื่องหมายบวกและเลขหกสองตัว) แล้วตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์ที่เมืองไทยโดยไม่ต้องกดเลข 0 ตัวแรก

อย่างโทรศัพท์ที่เมืองไทยหมายเลข 089 xxxxxxx แบบนี้เราก็กด +6689xxxxxxx  หรือหากจะโทรศัพท์เข้าเบอร์บ้านซึ่งเริ่มต้นด้วย 02 เช่น 02 xxxxxxx แบบนี้ก็กด +662xxxxxxx

ใครที่พกโทรศัพท์มาจากเมืองไทย และใช้ซิมการ์ดเป็นของทรูมูฟแล้ว เมื่อไปถึงประเทศไหนๆ โทรศัพท์จะส่งข้อความบอกวิธีการโทรศัพท์กลับมาเมืองไทย

โทรศัพท์จากไนจีเรียกลับเมืองไทยเสียค่าใช้จ่ายถูกกว่าโทรศัพท์จากเมืองไทยมาไนจีเรีย

ผู้ป่วยติดเชื้อที่รัฐเบนูเอ



ผู้ป่วยติดเชื้อที่รัฐเบนูเอ

เมื่อต้นเดือนเมษายน ศกนี้ ทางการรัฐเบนูเอเปิดเผยว่า ปัจจุบันในรัฐเบนูเอมีผู้ป่วยติดเชื้อ HIV/AIDS จำนวน 708,640 ราย  และมีทารกที่ได้รับเชื้อจากครรภ์มารดา จำนวน 319,000 ราย

ผู้ป่วยติดเชื้อในรัฐเบนูเอที่เปิดเผยในครั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับผู้ป่วยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งมีจำนวน 400,000 ราย จะเห็นว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเอบเท่าตัว ซึ่งหากในอีก 4 ปีข้างหน้าจำนวนผู้ป่วยติดเชื้ออาจจะเพิ่มขึ้นถึง 100,000 ราย หากรัฐบาลไม่ทำอะไรจขริงจังเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งเป็นที่แน่นอนด้วยว่าจำนวนทารกติดเชื้อจากครรภ์มารดาก็จะต้องเพิ่มขึ้นด้วย

จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ HIV/AIDS ในไนจีเรียมีประมาณ 3 ล้านคน เป็นผู้ป่วยในรัฐเบนูเอมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ โดยผู้ป่วยมีอายุระหว่าง 24 – 34 ปี ซึ่งเป็นประชากรวัยทำงาน

ปัญหาและอุปสรรคของบุคคลากรภาครัฐในการดำเนินงานเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคมีสองประการได้แก่ ประการแรก ชุมชนตั้งข้อรังเกียจผู้ป่วยติดเชื้อและครอบครัว เนื่องจากเกรงว่าจะนำเชื้อโรคแพร่ไปสู่ลูกหลานของตน ผู้ป่วยที่รู้ตัวจึงไม่กล้าเปิดเผยแสดงตัว ซึ่งรวมถึงไม่กล้าไปเข้ารับการรักษายังสถานพยาบาลของรัฐซึ่งมีอยู่หลายแห่ง และประการที่สองคือคนในรัฐเบนูเอซึ่งเป็นมุสลิมไม่ส่งเสริมการคุมกำเนิด  ซึ่งรวมถึงการใช้ถุงยางอนามัย ทำให้การรณรงค์เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ปลอดภัยไม่ได้ผลในพื้นที่ 

เสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร


เสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

ไนจีเรียมีกฎหมายเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นหลักประกันสิทธิพลเมืองที่มีความประสงค์ร้องขอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐ  ซึ่งตามข้อบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว สำนักงานของรัฐจะต้องอนุญาตให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร  หากปฏิเสธคำร้องดังกล่าวจะต้องชี้แจงเหตุผลใทราบภายใน 7 วันนับแต่ได้รับคำร้อง หรือหากจะต้องโอนคำร้องไปยังหน่วยงานรับผิดชอบจะต้องดำเนินการภายใน 3 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง

ตามกฎหมายดังกล่าว หน่วยงานสาธารณะทุกแห่งมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการเก็บรักษาบันทึกต่างๆ  และต้องการคุ้มกันแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐจากการถูกฟ้องร้องทางแพ่งหรือทางอาญาในการที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารใดๆโดยสุจริตตามกฎหมายเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร.

ผู้ร้องที่สถาบันสาธารณะปฏิเสธการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสามารถยื่นฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมให้พิจารณาใช้อำนาจศาลบังคับได้ ทั้งนี้ สถาบันสาธารณะหรือพนักงานของรัฐที่ปฏิเสธโดยมิชอบไม่ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ร้องขอมีโทษปรับเป็นเงินจำนวน 500,000 ไนร่า(3,200 ดอลลาร์สหรัฐ)  นอกจากนั้น การทำลายบันทึกของทางราชการโดยมิชอบเป็นความผิดมีโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปี

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

โรคเอดส์ไนจีเรีย : ผู้ชายตายก่อนผู้หญิง



โรคเอดส์ไนจีเรีย : ผู้ชายตายก่อนผู้หญิง

กองทุนโลกเพื่อต่อต้านโรคเอดส์ วัณโรค และไข้มาเลเรียแถลงว่า ปัจจุบันไนจีเรียเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยด้วยโรคเอดส์มากเป็นอันดับสองรองจากแอฟริกาใต้ แต่จากการตรวจสอบติดตามพบว่าผู้ป่วยติดเชื้เพียงร้อยละ 30 เท่านั้นที่ได้รับการรักษาควบคุมโรค และมีหญิงติดเชื้อที่ตั้งครรภ์เพียงร้อยละ 16 ที่ได้รับการรักษาเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากมารดาสู่ทารก ซึ่งหากสภาพยังเป็นอยู่เช่นนี้กองทุนโลกฯ เชื่อว่าจำนวนผู้ป่วยในประเทศไนจีเรียจะมากกว่าผู้ป่วยในแอฟริกาใต้ในที่สุด

เรื่องนี้ผู้บริหารกองทุนโลกฯ ได้เดินทางมาเจรจากับประธานาธิบดีไนจีเรียเพื่อขอให้จัดสรรงบประมาณแก้ไขปัญหาดังกล่าว และได้รับการสนองตอบจากประธานาธิบดีไนจีเรียโดยทันทีว่าจะเร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

รายงานกล่าวด้วยว่า จากการติดตามสำรวจสถิติจากโรงพยาบาลทั่วประเทศพบว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์ไนจีเรียที่เป็นเพศชายเสียชีวิตมากกว่าเพศหญิงเนื่องจากผู้ป่วยชายไม่ยอมเข้ารับการรักษาในขณะที่ผู้ป่วยหญิงเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า

ไนจีเรียยังปลูกข้าวไม่พอสำหรับการบริโภค



ไนจีเรียยังปลูกข้าวไม่พอสำหรับการบริโภค

ไนจีเรียปลูกข้าวได้ปีละ 2.5 – 2.7 ล้านตัน แต่ประชากร 160 ล้านคน บริโภคข้าวปีละ 5 ล้านตัน ต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศปีละ 2.5 – 3.0 ล้านตัน

พื้นที่เพาะปลูกข้าวของไนจีเรียปัจจุบันมี 1.77 ล้านเฮกตาร์ ผลผลิตทั่วไปอยู่ที่ระดับ 1.3 ตัน/เฮกตาร์ ความจริงพื้นที่เหมาะสำหรับการปลูกข้าวของไนจีเรียยังมีอีกประมาณ 4.7 – 4.9 ล้านเฮกตาร์

พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้ในการปลูกข้าวของไนจีเรีย 1.77 ล้านเฮกตาร์นั้น หากเปรียบเทียบกับการใช้พื้นที่เพื่อปลูกพืชอาหารอย่างอื่นแล้วการปลูกข้าวใช้พื้นที่เป็นอันดับ 5 รองจากข้าวฟ่าง ซึ่งใช้พื้นที่เพาะปลูก 4 ล้านเฮกตาร์ ลูกเดือย 3.5 ล้านเฮกตาร์ มันสำปะหลัง 2 ล้านเฮกตาร์และ แยม 2 ล้านเฮกตาร์ เช่นกัน

ปัจจุบันไนจีเรียปลูกข้าวปีละครั้งโดยเริ่มไถหว่านประมาณเดือนพฤษภาคม มิถุนายน ข้าวที่ปลูกเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองหลากหลายพันธุ์และมีพันธุ์ข้าวนำเข้าเรียกว่า ไชน่า(china) นำเข้ามาจากประเทศจีน ทั้งนี้แรงงานส่วนใหญ่ในการทำนายังเป็นแรงงานสตรี