วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

สมองไหลที่ไนจีเรีย


สมองไหลที่ไนจีเรีย

ปัจจุบันมีแพทย์ไนจีเรียทำงานอยู่ที่อังกฤษจำนวน 3,936 คน นี่นับแต่แพทย์นะไม่นับบุคลากรอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพราะหากนับก็จะมีมากกว่านี้

ตามสถิติของทางการไนจีเรีย มีผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพแพทย์และทันตแพทย์ในไนจีเรียรวม 71,740 คน แต่ขณะนี้มีแพทย์และทันตแพทย์ปฏิบัติงานอยู่ภายในประเทศจริง เพียง 27,000 คนเท่านั้น  นับว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง เพราะหากเทียบกับจำนวนประชากร 167 ล้านคน สัดส่วนของแพทย์ต่อประชากร เท่ากับ 1/6,185 คือแพทย์คนหนึ่งต้องดูแลประชากรจำนวน 6,185 คน ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้

ประมาณว่ามีขณะนี้มีแพทย์ที่เรียนจบจากไนจีเรียไปทำงานในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 15,000 คน โดยเฉพาะที่นิยมกันคือ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา (ประมาณ 4,000 คน)  ซาอุดีอารเบีย แอฟริกาใต้ บอตสวาน่า กาน่า ฯลฯ

เหตุผลหลักที่แพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอนามัยและสาธารณสุขไนจีเรียเดินทางไปทำงานในต่างประเทศคือการแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า เงินเดือนสูงกว่า มาตรฐานการครองชีพที่ดีกว่า ที่สำคัญคือบุตรธิดาได้รับการศึกษาที่ดีกว่า อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย การคมนาคมสะดวก มีสาธารณูปโภคเพียงพอแก่การดำรงชีวิตประจำวัน

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่องกระทบกระทั่งระหว่างไนจีเรียกับอังกฤษ


เรื่องกระทบกระทั่งระหว่างไนจีเรียกับอังกฤษ


 หลายเดือนมานี้ไนจีเรียกับอังกฤษไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่

ปัญหามาจากเรื่องที่เมื่อเดือนมิถุยายน ศกนี้ กระทรวงมหาดไทยอังกฤษประกาศให้ไนจีเรียรวมอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการที่ผู้ขอวีซ่าเข้าอังกฤษจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเข้าเมืองของประเทศ ซึ่งนอกจากไนจีเรียแล้วประเทศที่ถูกระบุยังประกอบด้วย กานา อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกาและบังกลาเทศ

เริ่มจากเดือนพฤศจิกายน 2556 ทางการอังกฤษจะบังคับใช้ระเบียบใหม่ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าสำหรับประเทศกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว โดยผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปซี่งยื่นขอวีซ่าประเภทที่สามารถพำนักอยู่ในประเทศได้นานเกิน 6 เดือนขึ้นไปจะต้องวางเงินประกันจำนวน 3,000 ปอนด์ (4,600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3,500 ยูโร หรือประมาณ 750,000 ไนร่า) โดยเงินประกันนี้ หากผู้ร้องขอวีซ่าไม่เดินทางออกจากอังกฤษเมื่อวีซ่าหมดอายุทางการอังกฤษจะยึดเงินจำนวนนี้เป็นเงินของแผ่นดิน แต่หากผู้ร้องขอวีซ่าเดินทางออกจากอังกฤษตามกำหนดก็สามารถเรียกเงินประกันคืนได้

กระทรวงมหาดไทยของอังกฤษแถลงว่า ระเบียบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสนองตอบนโยบายของรัฐบาลอังกฤษที่ต้องการจำกัดจำนวนคนต่างชาติซึ่งอพยพเข้าไปอยู่ในอังกฤษโดยผิดกฎหมายเข้าเมือง และไปแย่งใช้สาธารณูปโภคของชาวอังกฤษอยู่ในปัจจุบัน

ตามสถิติเมื่อปี 2555 ทางการอังกฤษออกวีซ่าประเภท 6 เดือนให้คนชาติอินเดีย 296,000 ราย ไนจีเรีย 101,000 ราย ปากีสถาน 53,000 ราย ศรีลังกาและบังกลาเทศ ประเทศละ 14,000 ราย

รัฐบาลไนจีเรียไม่พอใจระเบียบการขอวีซ่าใหม่ที่ทางการอังกฤษจะนำมาใช้ โดยเห็นว่าเป็นระเบียบที่เลือกปฏิบัติอันแสดงถึงการเหยียดผิวและมีอคติต่อชาวไนจีเรีย

มีรายงานในหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยว่ารัฐมนตรีต่างประเทศไนจีเรียขู่ไว้ว่าหากอังกฤษบังคับใช้ระเบียบการขอวีซ่าใหม่ต่อคนชาติไนจีเรียเมื่อใด รัฐบาลไนจีเรียจะตอบโต้โดยจะออกระเบียบบังคับเฉพาะชาวอังกฤษที่ยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศไนจีเรีย ให้วางหลักทรัพย์ค้ำประกันเช่นเดียวกัน แต่จะกำหนดให้มากกว่าเป็น 5,000 ปอนด์ไปเลย

เรื่องนี้ยังไม่จบแต่นำมาเล่าไว้ให้เห็นบรรยากาศในประเทศนี้ และวิธีคิดของผู้ผู้บริหารบ้านเมือง


วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

กรุงอาบูจากำลังขยายตัว


กรุงอาบูจากำลังขยายตัว

นับแต่ประกาศตั้งกรุงอาบูจาเป็นเมืองหลวงของประเทศเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 (1976) เป็นต้นมาชาวไนจีเรียจากทั่วสารทิศก็หลั่งไหลอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันสาธารณูปโภคที่ทางการจัดให้บริการอาทิ ไฟฟ้า น้ำประปา ระบบโทรคมนาคม ระบบขนส่งมวลชน มีไม่เพียงพอที่จะรองรับได้

อันที่จริงน้ำดิบที่นำมาผลิตเป็นน้ำประปาเป็นน้ำมาจากเขี่ยนอุสมัน ซึ่งมีปริมาณมากเพียงพอสำหรับเมืองใหญ่ที่กำลังขยายตัว แต่การจัดระบบประปาไม่สามารถตอบสนองแก่ประชากรที่อพยพเข้ามาตั้งชุมชนแถบนอกเมืองได้ทัน ทำให้ชุมชนรอบนอกเมืองหลวงแห่งนี้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค

การขยายตัวของชุมชนนอกเมืองหลวงแห่งนี้เป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากบางชุมชนมีการขยายตัวของประชากรถึงปีละ 20-30% เท่านั้นยังไม่พอ พวกที่อพยพมาใหม่นั้น หากไม่สามารถสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยได้ในชุมชนเดิมที่มีอยู่ก็จะพากันไปตั้งชุมชนใหม่กระจัดกระจายตามชอบใจ โดยไม่ขออนุญาตทางการ

เจ้าหน้าที่ทางการเขตปกครองนครหลวงสหพันธ์ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลสิ่งปลูกสร้างมองเห็นปัญหานี้มาตั้งแต่ปี 2546 (2003) พยายามขับไล่ชาวบ้านที่เข้าไปสร้างบ้านเรือน ชุมชนในเขตพื้นที่ของทางราชการ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ มาในยุคปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายเจรจาให้ชาวบ้านที่ปลูกบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินของทางราชการออกจากพื้นที่ โดยเสนอแลกที่


 คือไม่ได้ไล่ให้ออกไปเฉยๆ แต่นำเอาที่ดินที่มีการสร้างสาธารณูปโภคแล้วมาเสนอแลก เพื่อให้ชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนโดยผิดกฎหมายย้ายออกไปอยู่ที่แห่งใหม่ ที่ทางการจัดเตรียมความพร้อมไว้ให้ แรกๆนั้นชาวบ้านก็เห็นดีเห็นงามยอมเจรจาด้วยโดยดี เพราะทราบดีว่าหากไม่ยอมเจรจาทางการอาจใช้วิธีบ้าบิ่นโดยรื้อบ้านเรือนของตนเสียก็จะเดือดร้อนไปใหญ่  แต่หลังจากการเจรจาทำท่าว่าจะไปได้ดี มาบัดนี้ชุมชนผิดกฎหมายในอาบูจาก็เกิดกลับลำอีกแล้ว บอกว่า ไม่แลกที่ ไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้น

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

ไนจีเรียมีพลอย

ไนจีเรียมีพลอย

ไนจีเรียเป็นแหล่งพลอยไพลินที่มีชื่อแห่งหนึ่งของโลก ปัจจุบันมีการขุดพลอยที่เมือง Antah และ Gidan Waya ในรัฐ Kaduna เมือง Gunda ในรัฐ Yobe เมือง Mumbilla Plateau ในรัฐ Taraba เมือง Bogoro ในรัฐ Baudi และเมือง Bokkos ในรัฐ Plateau

นอกจากไพลินแล้ว ไนจีเรียยังมีอัญมณีอื่นๆอีก อาทิ  มรกต เพทาย อความารีน ทูรมารีน  ผู้สนใจสามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์  www.mmsd.gov.ng


วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รองนายกรัฐมนตรีเยือนไนจีเรีย



รองนายกรัฐมนตรีเยือนไนจีเรีย

            เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2556 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางถึงกรุงอาบูจา สาธารณรัฐไนจีเรีย ในภารกิจการเยือนสาธารณรัฐไนจีเรียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20 - 21 สิงหาคม 2556 โดยนับเป็นการเยือนไนจีเรียครั้งแรกของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย นับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2505

            ในช่วงเช้า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้เดินทางไปเข้าเยี่ยมคารวะนายโอลูเบนกา อาโยเดจิ อาชิรุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไนจีเรีย และร่วมหารือข้อราชการเต็มคณะ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้กล่าวขอบคุณทางการไนจีเรียในการให้ความช่วยเหลือคนไทย 4 คน ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน และได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2556 รวมทั้งแสดงความพร้อม ที่จะยกระดับความสัมพันธ์กับไนจีเรียเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ มุ่งเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็นสองเท่า จาก 1.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีในปัจจุบัน เป็น 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปีข้างหน้า และประกาศที่จะดำเนินความร่วมมือกับไนจีเรียในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน อาทิ ความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และความร่วมมือด้านการพัฒนา ขณะที่ฝ่ายไนจีเรียได้ตอบรับโครงการความร่วมมือ กับไทย และทั้งสองฝ่ายยืนยันให้การสนับสนุนกันในเวทีระหว่างประเทศ และแสดงความพร้อม ในการร่วมมือกันในหลายมิติไม่ว่าจะใน ระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค และในเวทีระหว่างประเทศ

            ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการประชุม Political Consultation ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและไนจีเรียด้วย

            หลังจากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกู๊ดลัก โจนาธาน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐไนจีเรีย ณ ทำเนียบประธานาธิบดี โดยทั้งสองฝายได้หารือในประเด็นสำคัญใน ความสัมพันธ์ทวิภาคี และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้แจ้งคำเชิญของนายกรัฐมนตรีต่อ ประธานาธิบดีเพื่อเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำในกรอบ Thai-Africa Initiative ในเดือนกุมภาพันธ์ 2557

            ในช่วงบ่าย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้พบหารือกับนายโอลูเซกัน โอลูโตยิน อกันกา รัฐมนตรีด้านการค้าและการลงทุนของ ไนจีเรีย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มพูนมูลค่าการค้าระหว่างกัน และความร่วมมือด้านการค้าต่าง ๆ อาทิ ข้าว พลังงาน รวมถึงผลักดันให้มีการลงนามความตกลงการค้า

            รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ยังได้พบหารือกับกลุ่มนักธุรกิจผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของ ไนจีเรีย เกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และทิศทางการเพิ่มพูนมูลค่าการนำเข้าข้าวจากประเทศไทย ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ จะนำปัญหาที่ภาคเอกชนประสบ อาทิ ปัญหาการแบกรับภาษี นำเข้าข้าว ไปหาทางแก้ไขร่วมกับรัฐบาลไนจีเรียต่อไป

            ในวันที่ 21 สิงหาคม 2556 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนาย Anyim Pius Anyim ตำแหน่ง Secretary of the Government of Nigeria เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาความ สัมพันธ์ทวิภาคี โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้กล่าวแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบาย Transformation ของประธานาธิบดีไนจีเรีย และโครงการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งประเทศไนจีเรีย

            ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้พบปะกับผู้แทนแรงงานไทย 4 คน ซึ่งทำงานอยู่ที่รัฐ River States ซึ่งถูกลักพาเป็นตัวประกันเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2556 และต่อมาถูกปล่อยตัวเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2556 โดยได้พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การงาน และชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งผู้แทนคนไทยได้กล่าวขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศในความห่วงใย และการให้ความช่วยเหลือจากเหตุการณ์ดังกล่าว

            ไนจีเรียมีประชากรประมาณ 170 ล้านคน ถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในทวีปแอฟริกา มีบทบาทสำคัญในเรื่องสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และยังเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่อันดับที่ 2 ของไทยในทวีปแอฟริกา โดยเป็นตลาดส่งออกข้าวนึ่งอันดับ ๑ ของไทยในตลาดโลก การเยือนครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งและมีความหมายต่อการยกระดับความสัมพันธ์ไทย - ไนจีเรียเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ต่อไปในอนาคต

            เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2556 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางถึงกรุงอาบูจา สาธารณรัฐไนจีเรีย ในภารกิจการเยือนสาธารณรัฐไนจีเรียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20 - 21 สิงหาคม 2556 โดยนับเป็นการเยือนไนจีเรียครั้งแรกของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย นับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2505

            ในช่วงเช้า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้เดินทางไปเข้าเยี่ยมคารวะนายโอลูเบนกา อาโยเดจิ อาชิรุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไนจีเรีย และร่วมหารือข้อราชการเต็มคณะ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้กล่าวขอบคุณทางการไนจีเรียในการให้ความช่วยเหลือคนไทย 4 คน ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน และได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2556 รวมทั้งแสดงความพร้อม ที่จะยกระดับความสัมพันธ์กับไนจีเรียเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ มุ่งเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็นสองเท่า จาก 1.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีในปัจจุบัน เป็น 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปีข้างหน้า และประกาศที่จะดำเนินความร่วมมือกับไนจีเรียในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน อาทิ ความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และความร่วมมือด้านการพัฒนา ขณะที่ฝ่ายไนจีเรียได้ตอบรับโครงการความร่วมมือ กับไทย และทั้งสองฝ่ายยืนยันให้การสนับสนุนกันในเวทีระหว่างประเทศ และแสดงความพร้อม ในการร่วมมือกันในหลายมิติไม่ว่าจะใน ระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค และในเวทีระหว่างประเทศ

            ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการประชุม Political Consultation ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและไนจีเรียด้วย

            หลังจากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกู๊ดลัก โจนาธาน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐไนจีเรีย ณ ทำเนียบประธานาธิบดี โดยทั้งสองฝายได้หารือในประเด็นสำคัญใน ความสัมพันธ์ทวิภาคี และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้แจ้งคำเชิญของนายกรัฐมนตรีต่อ ประธานาธิบดีเพื่อเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำในกรอบ Thai-Africa Initiative ในเดือนกุมภาพันธ์ 2557

            ในช่วงบ่าย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้พบหารือกับนายโอลูเซกัน โอลูโตยิน อกันกา รัฐมนตรีด้านการค้าและการลงทุนของ ไนจีเรีย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มพูนมูลค่าการค้าระหว่างกัน และความร่วมมือด้านการค้าต่าง ๆ อาทิ ข้าว พลังงาน รวมถึงผลักดันให้มีการลงนามความตกลงการค้า

            รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ยังได้พบหารือกับกลุ่มนักธุรกิจผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของ ไนจีเรีย เกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และทิศทางการเพิ่มพูนมูลค่าการนำเข้าข้าวจากประเทศไทย ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ จะนำปัญหาที่ภาคเอกชนประสบ อาทิ ปัญหาการแบกรับภาษี นำเข้าข้าว ไปหาทางแก้ไขร่วมกับรัฐบาลไนจีเรียต่อไป

            ในวันที่ 21 สิงหาคม 2556 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนาย Anyim Pius Anyim ตำแหน่ง Secretary of the Government of Nigeria เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาความ สัมพันธ์ทวิภาคี โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้กล่าวแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบาย Transformation ของประธานาธิบดีไนจีเรีย และโครงการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งประเทศไนจีเรีย

            ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการฯ ได้พบปะกับผู้แทนแรงงานไทย 4 คน ซึ่งทำงานอยู่ที่รัฐ River States ซึ่งถูกลักพาเป็นตัวประกันเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2556 และต่อมาถูกปล่อยตัวเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2556 โดยได้พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การงาน และชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งผู้แทนคนไทยได้กล่าวขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศในความห่วงใย และการให้ความช่วยเหลือจากเหตุการณ์ดังกล่าว

            ไนจีเรียมีประชากรประมาณ 170 ล้านคน ถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในทวีปแอฟริกา มีบทบาทสำคัญในเรื่องสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และยังเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่อันดับที่ 2 ของไทยในทวีปแอฟริกา โดยเป็นตลาดส่งออกข้าวนึ่งอันดับ 1 ของไทยในตลาดโลก การเยือนครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งและมีความหมายต่อการยกระดับความสัมพันธ์ไทย - ไนจีเรียเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ต่อไปในอนาคต

ที่มา: เว็บไซต์กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา http://sameaf.mfa.go.th/th/news/detail.php?ID=4592&SECTION=DEP_ACT



วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปัญหาความปลอดภัยของสตรี



ปัญหาความปลอดภัยของสตรี

สำนักงานทนายของรัฐ (Office of Public Defender) กระทรวงยุติธรรมรัฐลากอสเปิดเผยว่าในช่วงหกเดือนแรกของปี 2556 มีคดีข่มขืนกระทำชำเราเกิดขึ้นในรัฐลากอสแล้ว จำนวน 93 ราย โดยจำแนกคดีเป็นรายเดือนได้ดังนี้ เดือนมกราคม  7 ราย กุมภาพันธ์ 6 ราย มีนาคม 24 ราย เมษายน 21 ราย พฤษภาคม 29 ราย และมิถุนายน 6 ราย

 สถิติดังกล่าวเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2555 ซึ่งมีคดีข่มขืนกระทำชำเราในรัฐลากอสเพียงจำนวน 42 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 51

สำนักงานทนายของรัฐ เป็นหน่วยงานสังกัดกรมสิทธิพลเมือง กระทรวงยุติธรรมรัฐลากอส ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2543 เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้ด้อยโอกาสทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่งโดยไม่คิดมูลค่า


วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ไนจีเรียนำเข้ารถยนต์ปีละ 600 พันล้านไนร่า



ไนจีเรียนำเข้ารถยนต์ปีละ 600 พันล้านไนร่า

ปัจจุบันไนจีเรียนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศปีละประมาณ 200,000 คัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 600 พันล้านไนร่า

รถยนต์ที่นำเข้าแต่ละปีดังกล่าวเป็นรถใหม่ถอดด้ามประมาณ 50,000 คัน และเป็นรถเก่าหรือรถมือสองประมาณ 150,000 คัน

หากจำแนกรถนำเข้าเป็นรถนยนต์นั่งโดยสาร (passenger cars)  รถบรรทุก และรถเพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ การนำเข้ารถยนต์นั่งโดยสารมีมูลค่ารวม 400 พันล้านไนร่า ส่วนรถบรรทุกและรถใช้งานอื่นๆมูลค่ารวม 200 พันล้านไนร่า

(อัตราแลกเปลี่ยน 5 ไนร่า = 1 บาท)

ที่มา: National Automotive Council (NAC)