วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

การค้าไทย – ไนจีเรีย 2012

การค้าไทย ไนจีเรีย 2012


การค้าระหว่างไทย ไนจีเรียในปี 2012 มีมูลค่ารวม 1,455.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปรียบเทียบกับปี 2011 มูลค่า 1,436.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 1.3

มูลค่าการส่งออก 935.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปรียบเทียบกับปี 2011 จำนวน 1,093.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจำนวน 157.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 18.7  สินค้าส่งออกสำคัญ 10 อันดับแรกได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคหะสิ่งทอ เคมีภัฑ์ เครื่องดื่ม กระกาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ ผ้าผืน

มูลค่าการนำเข้า 520.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปรียบเทียบกับปี 2011 จำนวน 343.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าเพิ่มขึ้น 176.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 33.9 สินค้านำเข้าสำคัญ 10 อันดับแรกได้แก่ น้ำมันดิบ สินแร่โลหะอื่นๆ โลหะและผลิตภัณฑ์ ด้ายและเส้นใย เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ผลิตภัณ์สิ่งทออื่นๆ เครื่องใช้และเครื่องตกแต่งภายในบ้านเรือน เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด สิ่งพิมพ์ เครื่องดนตรี ของเล่น เครื่องกีฬา

ที่มา: สถิติจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

นายกรัฐมนตรีโปแลนด์เยือนไนจีเรีย



นายกรัฐมนตรีโปแลนด์เยือนไนจีเรีย

เมื่อวันที่  10-12  เมษายน 2556 นายโดนัลด์ มัสค์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์และภริยาเดินทางมาเยือนไนจีเรียอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยในระหว่างการเยือนได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการค้า การลงทุน การพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรม เกษตรกรรม อุตสาหกรรม น้ำมันและแก๊ซ ภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนรัฐบาลของทั้งสองประเทศได้ออกแถลงการร่วมเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2556 มีสาระสำคัญดังนี้
เห็นชอบให้มีการจัดตั้งกลไกสำหรับการเจรจาภายใต้บันทึกความเข้าใจที่ลงนามในครั้งนี้
สนับสนุนการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง องค์การสหประชาชาติของไนจีเรียระหว่างปี 2014 – 2015
เห็นชอบให้รัฐมนตรีการค้าและลงทุน พาณิชย์ และอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศเร่งรัดการเจรจาความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมการค้าและการลงทุนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
ยืนยันความสำคัญของการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างประเทศทั้งสอง โดยโปแลนด์รับที่จะจัดให้มหาวิทยาลัยภายในประเทศรับนักเรียนแลกเปลี่ยนไนจีเรียเข้ารับการศึกษาในสาขาแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ในขณะที่ไนจีเรียรับจะจัดให้มหาวิทยาลัยไนจีเรียรับนักศึกษาแลกเปลี่ยนโปแลนด์เข้าศึกษาสาขาแอฟริกันศึกษาและสาขาที่เกี่ยวข้อง

ในการเยือนครั้งนี้มีนักธุรกิจโปแลนด์ร่วมเดินทางมากับคณะของนายกรัฐมนตรีจำนวน 30 คนประกอบด้วยผู้แทนจากธุรกิจด้านความมั่นคง พลังงาน น้ำมันและแก๊ซธรรมชาติ เหมืองแร่ ขนส่ง การขนส่งทางทะเล การก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมด้านอาหาร การให้คำปรึกษาและบริการด้าน  เข้าร่วมการประชุม Business Forum ในวันที่ 12 เมษายน 2556  ทั้งนี้คณะส่วนหนึ่งจำนวน 16 คนได้เดินทางไปเจรจาเพื่อหาลู่ทางด้านการค้าและการลงทุนกับผู้ว่าราชการรัฐอักวา อิบอมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2556

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

ไนจีเรีย/ออสเตรียลงนามความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน



ไนจีเรีย/ออสเตรียลงนามความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน

ระหว่างวันที่ 8 – 9 เมายน 2556 นายโอลุกเบนกา อาชิรุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไนจีเรียเดินทางไปเยือนประเทศสาะรณรัฐออสเตรียอย่างเป็นทางการเป็นเวลาสองวัน ภายหลังการเยือนได้มีการลงนามความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างไนจีเรียและออสเตรีย

ในโอกาสดังกล่าวรัฐมนตรีต่างประเทศไนจีเรียแจ้งให้รัฐบาลออสเตรียทราบถึงพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองของไนจีเรีย รวมถึงความพยายามของรัฐบาลไนการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายซึ่งคุกคามความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้รัฐมนตรีต่างประเทศไนจีเรียเสนอแนะให้ทั้งสองประเทศสนับสนุนและร่วมมือกันต่อไปในกรอบสหภาพยุโรป นอกจากจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ได้หารือถึงการปฏิบัติการทางทหารของกองกำลังสนับสนุนสันติภาพภายใต้การนำของแอฟริกา (AFISMA) ในประเทศมาลีและสถานการในกินีบิสเซา ทั้งนี้รัฐมนตรีต่างประเทศไนจีเรียเรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรียห้ารสนับสนุนกองกำลังรักษาสันติภาพในมาลี

มีรายงานด้วยว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงความร่วมมือในเวทีการเมืองระหว่างประเทศโดยออสเตรียจะให้เสียงสนับสนุนไนจีเรียในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง องค์การสหประชาชาติในปี 2014-15 และไนจีเรียจะให้เสียงสนับสนุนออสเตรียในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง องค์การสหประชาชาติในปี 2027-2028

ในการหารือกับหอการค้าออสเตรีย รัฐมนตรีต่างประเทศไนจีเรียเชิญชวนให้นักธุรกิจออสเตรียเข้ามาลงทุนในประเทศไนจีเรียในสาขาพลังงาน เกษตร อุตสาหกรรม โครงสร้างอุตสาหกรรมและการขนส่ง ในขณะที่หอการค้าออสเตรียรับที่ร่วมมือกับภาคเอกชนไนจีเรียใกล้ชิดยิ่งขึ้นโดยจะเริ่มจากการจัดประชุม Business Forum ในสาขาที่รัฐมนตรีต่างประเทศไนจีเรียเสนอระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2013

นอกจากนั้นในการพบกับรองนายกรัฐมนตรีออสตรียรัฐบาลออสเตรียได้เสนอให้การฝึกอบรมนักการทูตไนจีเรียในสถาบันการทูตออสเตรียด้วย 

ไนจีเรียกำหนดจะจัดงานเทศกาลวัฒนธรรมขึ้นในออสเตรียในเดือนมิถุนายน 2013   

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

ประวัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ



ประวัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ชื่อเต็ม               นายโอลุกเบนกา อาโยเดจี อาชิรุ(OLUGBENGA AYODEJI ASHIRU)
เกิด                   27 สิงหาคม 1949 ที่เมือง Ijebu-Ode มลรัฐ Ogun ไนจีเรีย
สถานภาพสมรส   สมรสแล้วกับ พญ. Omokehinde Ashiru (สกุลเดิม DINA) มีบุตรชาย 4 คน

การศึกษา
-                       โรงเรียน Christ Church Primary School
1962 – 68           โรงเรียน Ijebuode Grammar School
-                        ศิลปศาสตร์บัณฑิต (สาขาประวัติศาสตร์ เอกวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)มหาวิทยาลัยลากอส ไนจีเรีย

ประวัติการทำงาน
มิ.ย. 1972                      ผู้ช่วยเลขานุการ กระทรวงการต่างประเทศ
ก.ค. 1972 – พ.ค. 1974    ผู้ช่วยเลขานุการกรมแอฟริกา
มิ.ย. 1974 – ก.ค. 1977    เลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ก.ค. 1977 – ก.ค. 1979    เลขานุการเอก ประจำกระทรวงการต่างประเทศ
ก.ค. 1979 – ต.ค. 1982    ที่ปรึกษาอาวุโสประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน
ต.ค. 1982 – ส.ค. 1984    อัครราชทูตที่ปรึกษารักษาการหัวหน้ากอง กรมอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศ
ส.ค. 1984 – พ.ย. 1985    อุปทูตประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกากลาง
ธ.ค. 1985 – ก.ย. 1988     อัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำสำนักงานข้าหลวงใหญ่ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
ต.ค.. 1988 – มี.ค. 1991   รองผู้อำนวยการกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ
พ.ค. 1991 – มี.ค.1999     เอกอัครราชทูตประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเปียงยาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ)โดยดำรงตำแหน่งคณบดีทูตระหว่างปี 1996 – 1999) ต.ค. 1995 เลื่อนเป็นนักการทูตระดับพิเศษ กระทรวงการต่างประเทศไนจีเรีย
มี.ค. 1999 – มี.ค. 2002    ผู้อำนวยการ (รับผิดชอบงานภูมิภาค) กระทรวงการต่างประเทศไนจีเรีย
มี.ค. 2002 – ก.ย. 2005    ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
ต.ค. 2005 – ก.ย. 2007    เอกอัครราชทูตประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ ราชอาณาจักรเลโซโธ และราชอาณาจักรสวาซีแลนด์
ก.ค. 2011 - ปัจจุบัน         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ปรับแก้: 18 เม.ย. 2556

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

ตลาดข้าวไทยในไนจีเรีย


ตลาดข้าวไทยในไนจีเรีย

ไนจีเรียเป็นตลาดส่งออกข้าวไทยที่สำคัญในแอฟริกา โดยตลาดแห่งนี้มีสัดส่วนการส่งออกข้าวร้อยละ 14.85 ของการส่งออกข้าวของไทยไปตลาดโลก ทั้งนี้ เมื่อปี 2555 (ม.ค. ธ.ค.) การส่งออกข้าวไทยไปตลาดไนจีเรียมีมูลค่ารวม 677.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปรียบเทียบกับปี 2554 มูลค่านำเข้าลดลงร้อยละ 12.58

ในปี 2556 (ม.ค. ธ.ค.) การส่งออกข้าวของไทยไปตลาดไนจีเรียอาจมีมูลค่าลดลง เนื่องจากการแข่งขันจากประเทศคู่แข่งรายอื่นอาทิ อินเดีย ซึ่งภายหลังจากยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกข้าวเมื่อปลายปี 2554 ทำให้การนำเข้าข้าวอินเดียเพิ่มขึ้น  ทั้งนี้เป็นผลมาจากข้าวอินเดียมีราคาถูก ซึ่งเช่นเดียวกับข้าวเวียดนาม ปากีสถาน และสหรัฐอเมริกา เมื่อเปรียบเทียบกับราคาข้าวไทย

ปัจจัยที่ชะลอการนำเข้าข้าวไทยอีกประการหนึ่งคือการที่รัฐบาลไนจีเรียมีนโยบายสร้างความมั่นคงด้านอาหาร จึงส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวภายในประเทศและจำกัดการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ โดยการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าข้าวเป็นร้อยละ 110 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 เป็นต้นมา ซึ่งปัจจัยด้านภาษีนำเข้านี้มีรายงานจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ว่าส่งผลกระทบต่อการนำเข้าข้าวนึ่งของไทยในตลาดไนจีเรียในเดือนมกราคม ที่ผ่านมาโดยทำให้การส่งออกข้าวนึ่งไปไนจีเรียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

ระวังอีเมลลวง



ระวังอีเมลลวง

ผู้หวังดีเตือนว่ามีอีเมลลวงคลาสสิกที่คนต่างชาติได้รับบ่อย จำแนกได้เป็น 6 เรื่องดังนี้
  1. ขอทราบหมายเลขบัญชีเงินฝากโดยแลกกับเงินก้อนงาม: อีเมลจะเล่าว่าข้าราชการตำแหน่งสูงรายหนึ่งกำลังหาวิธีโอนเงินจำนวนมหาศาล (อาจเป็น 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ออกนอกประเทศขอใช้เลขบัญชีเงินฝากของท่านโดยจะให้ค่าป่วยการ 10% ซึ่งหากใครหลงเชื่อบอกเลขบัญชีให้ไปก็จะถูกถอนเงินในบัญชีไปหมด
  2. ขอทราบบัญชีเงินฝากเพื่อโอนเงินบริจาค : อีเมลจะเล่าว่าผู้เขียนเป็นอดีตนักการเมือง มีความประสงค์จะบริจาคเงิน ขอทราบเลขบัญชีเงินฝากของท่านเพื่อโอนเงิน ซึ่งก็เช่นกัน หากใครตกหลุมบอกเลขบัญชีให้ไปก็จะถูกถอนเงินในบัญชีไปเช่นกัน
  3. ขอบริจาคเงิน: อีเมลจะเยนขอบริจาคเงินจำนวนไม่มากจากท่านเพื่อช่วยโครงการสังคมสงเคราะห์บางอย่าง ซึ่งหากใครใจดีมอบให้ ต่อมาจะขอเงินก้อนโตขึ้นอีก แต่หากไปตรวจชื่อองค์กรขอรับเงินบริจาคที่อีเมลอ้างถึงก็จะพบว่าไม่มีตัวตนอยู่จริง
  4. ชักชวนมาทำธุรกิจร่วมกัน: อีเมลจะชักชวนให้มาทำธุรกิจร่วมกันที่ไนจีเรีย โดยบอกว่าไม่ต้องทำวีซ่า เมื่อเหยื่อมาถึงสนามบินก็จะเข้าไปรับถึงประตูเครื่องบิน แต่จะไม่พาไปผ่านตม. และศุลกากร แล้วพากันไปดื่ม เสร็จแล้วก็บอกให้เหยื่อโอนเงินจำนวนหนึ่งให้เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งหากเหยื่อปฏิเสธก็จะถูกเล่นงานในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
  5. หลอกขายอสังหาริมทรัพย์: เรื่องนี้คนที่กำลังหาซื้ออสังหาริมทรัพย์พวกบ้านและที่ดินต้องระวัง เพราะมุขนี้เกิดบ่อยมาก คืออยู่ๆก็มีคนส่งอีเมลมาเสนอตัวว่าเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่คุณกำลังอยากได้  และเจรจาทำสัญญาซื้อขายกับคุณจนคุณจ่ายเงินจ่ายทองไปแล้ว ทีนี้ก็จะหายตัวไปเลย
  6. หลอกคนที่บ้านให้โอนเงิน: อีเมลจะเขียนมาแจ้งคนที่บ้านว่าคุณต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลด่วนขอให้ส่งเงินให้เดี๋ยวนี้  ใครหลงเชื่อก็สูญเงินเปล่าทันทีเช่นกัน 

โรคโปลิโอยังระบาดในไนจีเรีย



โรคโปลิโอยังระบาดในไนจีเรีย

ตามรายงานขององค์การอนามัยโลกมี 3 ประเทศที่ยังพบการแพร่ระบาดของโรคโปลิโอ ได้แก่ประเทศไนจีเรีย แอฟกานิสถาน และปากีสถาน  โดยในกลุ่มนี้องค์การอนามัยโลกให้ความสนใจติดตามการแพร่ระบาดในไนจีเรียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบจำนวนผู้ป่วยในประเทศไนจีเรียสูงกว่าแอฟกานิสถานและปากีสถานมาก โดยเฉพาะเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา ตรวจพบผู้ป่วยโรคโปลิโอในไนจีรียกว่า 100 ราย ซึ่งนับว่าสูงมาก โดยพื้นที่ซึ่งพบผู้ป่วยมากที่สุดเป็นบริเวณรัฐในภาคเหลือ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม

จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลกพบว่าอุปสรรคที่ทำให้รัฐบาลไนจีเรียไม่สามารถทำวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอให้หมดไปจากประเทศได้เหมือนประเทศอื่นๆ เนื่องจากประชากรในรัฐภาคเหนือส่วนมากไม่เห็นความสำคัญของการทำวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอให้แก่บุตรหลาน และยังมีความเข้าใจผิดว่าวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอเป็นตัวยาคุมกำเนิดเด็กมุสลิมในรัฐภาคเหนือ การทำวัตซีนโปลิโอจะทำให้ไม่สามารถมีบุตรสืบสกุลได้ นอกจากนั้นยังมีพ่อแม่อีกจำนวนไม่น้อยที่เห็นว่าการที่เจ้าหน้าที่นำวัคซีนโปลิโอไปให้บริการถึงครัวเรือนเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับตน เพราะโรคภัยใกล้ตัวชาวบ้านในชีวิตประจำวันคือโรคไข้มาเลเรีย ซึ่งควรนำยารักษาโรคไข้มาเลเรียไปให้มากกว่าการไปให้บริการทำวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ