วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ผู้ว่าฯแบ็งก์ชาติไนจีเรียว่าโลกสมัยใหม่ความรู้เข้ามาแทนที่ทรัพยากรธรรมชาติ


ผู้ว่าฯแบ็งก์ชาติไนจีเรียว่าโลกสมัยใหม่ความรู้เข้ามาแทนที่ทรัพยากรธรรมชาติ


ดร.ซานุซี ลามิโด ซานุซี ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งประเทศไนจีเรีย กล่าวในระหว่างการบรรยายหัวข้อ การจ้างงาน ทักษะ คุณค่า โอกาส และความเปลี่ยนแปลงของบัณฑิตจากมหาวิทยาลัย ที่มหาวิทยาลัยคาลาบาร์ ว่า บัณฑิตที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไนจีเรียในอดีตจนถึงช่วงกลางทศวรรษ 1970 จะสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานกับบัณฑิตที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศได้ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป บัณฑิตที่เรียนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไนจีเรียไม่สามารถแข่งขันในตลาดแรงงานได้อีกต่อไป โดยเห็นได้จากจำนวนบัณฑิตที่หางานทำไม่ได้ โดยสถิติปี 2554 มีบัณฑิตตกงานถึงร้อยละ 20 โดยจำนวนนี้เป็นบัณฑิตระดับปริญญาโทร้อยละ 5.1 และบัณฑิตระดับปริญญาเอกร้อยละ 9.1

ดร.ซานุซี กล่าวว่า แนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกขณะนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้และการขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมที่ก้าวหน้า ซึ่งแนวโน้มนี้มีผลกระทบต่อตลาดแรงงานไนจีเรียด้วย กล่าวคือ นายจ้างสมัยใหม่เลือกที่จะจ้างงานบัณฑิตที่ไม่เพียงแต่มีความรู้ในสาขาที่ศึกษามา แต่ยังเลือกหาคนที่มีทักษะในชีวิตอีกด้วย โดยนายจ้างคาดหวังว่าลูกจ้างที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจะเพิ่มคุณค่าให้แก่องค์กรของนายจ้างสูงสุด

ดร.ซานุซีสรุปว่า ในโลกสมัยใหม่ ประเทศใดก็ตามที่หวังพึ่งอยู่แต่ทรัพยากรธรรมชาติเพียงอย่างเดียวเพื่อการสร้างเศรษฐกิจที่ก้าวหน้ารุ่งเรืองย่อมไม่มีทางประสบความสำเร็จ และไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ เพราะโลกปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้สาขาต่างๆ

ไนจีเรียห้ามนำเข้าน้ำตาล


ไนจีเรียห้ามนำเข้าน้ำตาล

นายโอลูเซกุน อากันดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและการลงทุนแถลงเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2555 ว่ารัฐบาลไนจีเรียจะห้ามนำเข้าน้ำตาลตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 เป็ต้นไป

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทเพื่อการปฏิรูปอุตสาหกรรมน้ำตาลของประเทศ ตามแผนดังกล่าวกำหนดให้ผู้ถือใบอนุญาตนำเข้าน้ำตาล brown sugar เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมฟอกขาวในประเทศต้องเป็นผู้ที่เป็นเจ้าของฟาร์มปลูกอ้อยด้วย

แผนแม่บทดังกล่าวหากสามารถบรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้จะสร้างงานตรง 117 ตำแหน่ง ผลิตกระแสไฟฟ้า 411.7 เมกาวัตต์/ปี ประหยัดเงินตราปีละ 565.8 ล้านไนร่า ผลิตน้ำตาลได้ 1.7 ล้านตัน/ปี และผลิตเอธานอลได้ 116 ล้านลิตร/ปี

ไนจีเรียจะออกบัตรเหลืองรุ่นใหม่


ไนจีเรียจะออกบัตรเหลืองรุ่นใหม่

กระทรวงสาธารณสุขไนจีเรียเปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนจะออกบัตรเหลือง (Yellow Card) รับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลืองรุ่นใหม่ใช้แทนบัตรเหลืองปัจจุบัน โดยบัตรเหลืองรุ่นใหม่นี้จะระบุเลขรหัสและข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของบัตรไว้ด้วย สำหรับเป็นเอกสารติดตัวเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งนี้ทางการไนจีเรียจะทะยอยเปลี่ยนมาใช้บัตรเหลืองรุ่นใหม่แทนบัตรรุ่นเก่าที่หมดอายุ และสำหรับผู้ที่ขอรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลืองรายใหม่จะได้รับบัตรเหลืองรุ่นใหม่

ไนจีเรียมีประวัติพบผู้ป่วยโรคไข้เหลืองแพร่ระบาดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2538 โดยพบผู้ป่วยติดเชื่อจำนวน 25 ราย ซึ่งเสียชีวิตเพียงรายเดียว

ปัจจุบันไนจีเรียเป็นประเทศที่มีรายชื่อรวมอยู่ในกลุ่มประเทศจำนวน 44 ประเทศที่องค์การอนามัยโลกระบุให้เป็นประเทศที่เสี่ยงต่อโรคไข้เหลือง 

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

องค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศจัดลำดับไนจีเรียดีกว่าปีกลาย



องค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศจัดลำดับไนจีเรียดีกว่าปีกลาย

องค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกาเปิดเผยผลการจัดลำดับประเทศที่มีความโปร่งใสโดยได้จัดไนจีเรียอยู่ในลำดับที่ 139 ร่วมกับอาเซอไบจัน เคนยา เนปาลและปากีสถานโดยมีคะแนน 27 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ทั้งนี้จากการสำรวจ 176 ประเทศ

ไนจีเรียมีสถิติลำดับความโปร่งใสดังนี้ ลำดับที่ 143 จาก 183 ประเทศ เมื่อปี 2554 ลำดับที่ 134 จาก 178 ประเทศ เมื่อปี 2553 ลำดับที่ 130 จาก 180 ประเทศ เมื่อปี 2552 ลำดับที่ 121 จาก 180 ประเทศ เมื่อปี 2551 ลำดับที่ 147 จาก 180 ประเทศ เมื่อปี 2550 และอันดับที่ 153 จาก 180 ประเทศ เมื่อปี 2549

รัฐบาลไนจีเรียยอมรับผลการจัดลำดับดังกล่าว โดยเห็นว่าการที่ลำดับของไนจีเรียในปีนี้ดีขึ้นแสดงว่านโยบายต่อต้านคอรัปชั่นของประธานาธิบดีกู๊ดลัก โจนาธาน ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จ

ผู้สนใจสามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://cpi.transparency.org/cpi2012/results/   

วัณโรค โรคหอบหืด และโรคทรวงอกอื่นๆ ยังแพร่ระบาดในไนจีเรีย



วัณโรค โรคหอบหืด และโรคทรวงอกอื่นๆ ยังแพร่ระบาดในไนจีเรีย

สมาคมโรคทรวงอกไนจีเรียเปิดเผยว่า นอกจากโรคไข้มาเลเรีย และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแล้ว ไนจีเรียมีผู้ป่วยด้วยโรควัณโรค หอบหืด และโรคทรวงอกอื่นๆ ประมาณ 15 ล้านคน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและการรักษาตัวเอง

สมาคมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งศูนย์อนามัยโรคทรวงอกระดับภูมิภาคขึ้นใน 6 ภูมิภาคของไนจีเรียได้แด่ ภาคตะวันอกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนกลาง ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคใต้ตอนใต้ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรณรงค์ให้การรักษา และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคดังกล่าวให้ประชาชนทราบ

ปัจจุบันสมาคมโรคทรวงอกไนจีเรียมีโครงการร่วมกับสมาคมโรคทรวงอกอเมริกา และสมาคมโรคทรวงอกแอฟริกา เพื่อกำจัดโรควัณโรค โรคหอบหืด และโรคทรวงอกอื่นๆ ให้หมดจากไนจีเรีย

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ชาวไนจีเรียได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล


ดร.อูเช เวโรนิกา อะมาซิโก
(Dr.Uche  Veronica  Amazigo )


ชาวไนจีเรียได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

เมื่อวันที่ 22  พฤศจิกายน 2555  มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์     ได้แถลงผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล  ครั้งที่ 21  ประจำปี  2555    ณ ห้องสมเด็จพระบรมราชชนก  ตึกสยามมินทร์   ชั้น โรงพยาบาลศิริราชว่าที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานเมื่อวันที่ 9  พฤศจิกายน 2555 ได้พิจารณาผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2555 จำนวน 75 ราย และที่ประชุมฯ ได้มีมติตัดสินมอบรางวัลฯ ในสาขาการแพทย์ให้แก่ เซอร์ไมเคิล เดวิด รอว์ลินส์ (Sir Michael  David Rawlins)   สัญชาติอังกฤษ ในสาขาสาธารณสุขให้แก่ ดร.อูเช เวโรนิกา อะมาซิโก (Dr.Uche  Veronica  Amazigo ) สัญชาติไนจีเรีย

ดร. อูเช  เวโรนิกา  อะมาซิโก      เป็นบุคคลสำคัญที่ได้พัฒนาชุมชนกว่า  500,000 ชุมชนใน  19 ประเทศ  ของทวีปอัฟริกา  ให้มีส่วนร่วมในการให้บริการทางการสาธารณสุข โดยระหว่างดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการควบคุมโรคตาบอดจากพยาธิในทวีปอัฟ ริกา  ระหว่างปี พ.ศ.2548-2554  ได้พัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนที่สามารถกำหนดการรักษา (communiy-directed treatment)  โดยการกระจายยารักษาโรคตาบอดจากพยาธิแก่คนในชุมชน โดยอาสาสมัครในชุมชน ในเวลาที่เหมาะสม  ก่อให้เกิดผลสำเร็จในการควบคุมโรคอย่างชัดเจน และมีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์  อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบสุขภาพในชุมชน  ส่งผลให้อุบัติการณ์ของโรคลดลงอย่างมาก  ประมาณการว่าภายในปี พ.ศ.2558 ประชากรกว่า 90 ล้านคนต่อปี จะได้รับยารักษาโรคตาบอดจากพยาธิอย่างสม่ำเสมอ และสามารถป้องกันโรคตาบอดจากพยาธิได้ปีละกว่า  40,000 ราย ความสำเร็จเหล่านี้  เกิดจากการเชื่อมโยงงานวิจัยและระบบการบริหารจัดการโดยมุ่งเน้นบทบาทของ ชุมชนเป็นสำคัญ
      
นอกจากนี้  “ชุมชนผู้กำหนด”  ยังมีผลต่อระบบการให้บริการสาธารณสุขที่จำเป็นและการควบคุมโรคอื่นๆ ด้วย  โดยมีการประเมินว่าแนวทางการดำเนินการดังกล่าว  ส่งผลให้ประชากรกว่า  11 ล้านคนในอัฟริกา  ได้รับประโยชน์จากการควบคุมมาลาเรีย และประชากรกว่า 37 ล้านคน  ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบ การบริการสาธารณสุขด้านอื่นๆ อีกด้วย
    
ดร. อูเช  เวโรนิกา  อะมาซิโก  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านชีววิทยาและปรสิตวิทยาทางการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยเวียนนา ประเทศออสเตรีย  ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านโรคเขตร้อน จากสถาบันBernhard-Nocht Institute of Tropical Medicine   สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี   และการสาธารณสุขระหว่างประเทศ  จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล   เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ   พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น      เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร  อดุลยเดชวิกรม  พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ  1 มกราคม 2535  ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์  ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวล มนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล  และด้านการสาธารณสุข  1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา  แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัลประกาศนียบัตร  และเงินรางวัล  100,000  เหรียญสหรัฐ
พิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล  จะจัดขึ้นในปลายเดือนมกราคม  พ.ศ. 2556       ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท   โดยก่อนวันงานพิธีพระราชทานรางวัลฯ มีกำหนดการจะมาเยือนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะผู้ริเริ่มรางวัลอันทรงเกียรติจะเชิญผู้รับพระราชทานรางวัลฯ      และแสดงปาฐกถา เกียรติยศ  ในผลงานที่ได้รับด้วย

ดร. อูเช  เวโรนิกา  อะมาซิโก เป็นชาวไนจีเรียคนที่สองที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ก่อนหน้านี้ ดร.อาเดโตคุนโบ โอลูโวเล ลูคัส (Dr. Adetokunbo Oluwole Lucas) เคยได้รับรางวัลสาขาสาธารณสุขร่วมกับชาวนอร์เวย์เมื่อปี 2542


วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การรณรงค์ต่อต้านโรคโปลิโอในไนจีเรีย



การรณรงค์ต่อต้านโรคโปลิโอในไนจีเรีย

เมื่อวานนี้ (26 พฤศจิกายน 2555) มูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ และมูลนิธิดันโกเต้ได้เปิดแถลงข่าวที่เมืองคาโน เมืองหลวงของรัฐคาโนว่า ทั้งสองมูลนิธิจะร่วมเป็นพันธมิตรจัดทำโครงการสี่ปีเพื่อสนับสนุนด้านการเงิน อุปกรณ์และวิชาการแก่รัฐบาลรัฐคาโนในการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอภายในรัฐดังกล่าว เมืองคาโนเป็นเมืองใหญ่มีประชากรเป็นอันดับสองของไนจีเรียและเป็นเมืองที่มีโรคโปลิโอระบาดมาตั้งแต่ปี 2546

โครงการดังกล่าวเป็นผลจากการหารือระหว่างนายนายอาลิโก ดันโกเตนักธุรกิจที่มั่งคั่งที่สุดในไนจีเรีย (และในทวีปแอฟริกา) กับนายบิล เกตในระหว่างที่นายดันโกเตเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้

ปัจจุบันไนจีเรียเป็นหนึ่งในสามประเทศที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโปลิโอ อีกสองประเทศได้แก่ปากีสถานและแอฟกานิสถาน

เมื่อเดือนธันวาคม 2553 มีรายงานว่ามูลนิธิบิลล์ และเมลินดา เกตส์ได้บริจาคเงินจำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่นักวิจัยมหาวิทยาลัยลีดส์ เพื่อพัฒนาวัคซีนต่อต้านโปลิโอชนิดใหม่